วินัยแบบไหนที่ลูกควรมี

เสื้อผ้าเด็ก

แบบที่ รู้จักรับผิดชอบตัวเอง เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว กินข้าว ทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเอง เท่าที่ความสามารถวัยเขาจะทำได้

แบบที่ รู้จักควบคุมตัวเอง ไม่อาละวาดขว้างปา ข้าวของ เมื่อไม่ได้อะไรอย่างใจไม่เข้ายื้อแย่งหรือทำร้ายเพื่อนเมืออยากได้หรืออยากเล่นของเล่น

แบบที่ รู้ถึงสิ่งที่ควรทำ เช่นกินผักแล้วดี ล้างมือก่อนกินข้าวทุกครั้ง แปรงฟันเช้าและก่อนนอน เป็นต้น รู้ว่าเวลาไหนควรทำอะไร เช่น รู้ว่าเวลานี้ถึงเวลากินข้าวแล้ว ต้องพักเรื่องเล่นมากินข้าวก่อนรู้ว่าถึงเวลานอนก็ต้องเข้านอน

แบบที่ รู้ว่าส่งไหนไม่ควรทำ เช่นไม่เล่นไฟหรือของมีคม ไม่ออกไปวิ่งที่ถนน

แบบที่ เคารพสิทธิ์ผู้อื่น เช่น รู้จักขอ รู้จักรอ ไม่แซงคิว รู้จักแบ่งปัน รู้จักขอบคุณและขอโทษ

แบบอย่างการสร้างวินัย

ไม้เด็ดของการสร้างวินัยให้เด็กตัวเล็กๆได้ผลดีคือ แบบอย่างจากพ่อแม่และผู้ใหญ่ที่อยู่แวดล้อมตัวเด็กค่ะ เพราะเด็กวัยนี้จะเลียนแบบพฤติกรรมคนที่อยู่ใกล้ตัวหากพ่อแม่และทุกคนในบ้านเป็นคนมีระเบียบวินัย กินอาหารตามเวลาทั้งอาหารเช้า กลางวัน และเย็น เข้านอนตามเวลา เมื่ออ่านหนังสือหรือใช้ของเสร็จเก็บให้เข้าที่ ล้างมือก่อนกินข้าว ข้ามถนนบนสะพานลอย เคารพกฏจราจร เข้าแถวซื้ออาหาร และไม่ยอมรับการกระทำที่ไม่เหมาะสม เช่น หยิบของคนอื่นโดยไม่บอก แซงคิว ขว้างปาข้าของ ฯลฯ เป็นประจำเสมอ เหล่านี้ก็จะทำให้เด็กเกิดความคยชินและอยากปฏิบัตตัวให้เป็นหนึ่งเดียวกับคนในบ้าน ในขณะเดียวกันก็เรียนรู้ว่าการกระทำใด ไม่เป็นที่ยอมรับเช่นกัน

ที่มา นิตยสาร Baby & Kid’s Digest

Posted in พัฒนาการเด็ก, เลี้ยงเด็ก | Tagged | Leave a comment

คนใจน้อย

เสื้อผ้าเด็ก

เด็กที่ใจน้อย แสนงอน อ่อนไหว และปรับตัวไม่ได้กับการตำหนิวิจารณ์นั้นเกิดจากอะไรได้บ้างนะ

สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด น่าจะเป็นปัญหาในการสื่อสารค่ะ

เพราะอาการงอนนั้น ฟ้องถึงข้อจำกัดในการบอกกล่าวความรู้สึก ความต้องการ หรือความคิดของเจ้าตัวให้ตรงทิศตรงทาง

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะที่ผ่านมา พ่อแม่ไม่ค่อยใส่ใจต่อท่าทีจากอารณ์ด้านลบของเด็ก หรือมีท่าทีคุกคาม แทนที่จะช่วยสอนให้ลูกตระหนักรู้ถึงอารมณ์แล้วบอกกล่าวด้วยภาษาพูดอย่างสร้างสรรค์ให้เป็นเมื่อเด็กมีความรู้สึกไม่ดี เช่น โกรธ เสียใจ หรือทุกข์ ในที่สุดเด็กก็ดิ้นรนเรียนรู้ผิดๆ เลือกใช้ท่าทีเมินเฉยแยกตัวแทนการบอกเล่า

หรือเมื่ออยากได้อะไร ก็จะตั้งท่ารอให้ผู้อื่นทายใจแทนการร้องขออย่างตรงไปตรงมา

ตรงนี้มีจุดน่าสนใจซ่อนอยู่ค่ะ

เพราะการตั้งแง่ให้คนอื่นทายใจ ทายความต้องการนี้เองยังบ่งบอกให้เป็นปัญหาที่สองของเจ้าหนูน้อยที่ซ่อนอยู่ภายใต้การสื่อสาร

นั่นก็คือ ความพยายามทดสอบว่า คนอื่นจะรู้สึกอย่างไรกับตนเอง

เธอรับรู้ถึงความคิดของฉันไหม เธอจะตอบสนองได้อย่างที่ฉันต้องการไหม

ฉันสำคัญมากพอไหมที่เธอจะเข้าใจอารมณ์ และความปรารถนา

ความสงสัยเหล่านี้ มาจากรากลึกๆ ในใจที่เด็กเองขาดความเชื่อมั่นว่าตนเองมีคุณค่ามากพอสำหรับพ่อแม่หรือคนรอบข้าง

ปมแห่งการขาดความเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเองหรือขาดความภาคภูมิใจนี้ ทำให้คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจถึงกับงงได้ค่ะ

ก็ทั้งรักทั้งเอาอกใจปานนี้แล้ว ไฉนจึงมีความคิดแปลกๆไม่เข้าท่าเช่นนี้ได้

เรื่องของจิตใจมันไม่ตรงไปตรงมาเหมือนคณิตศาสตร์นะคะพ่อแม่เจ้าา

ความไม่เชื่อมั่นในตนเองมักมีที่มาคดเคี้ยวประหลาดได้หลายแบบ

เด็กหลายคนเริ่มเพาะบ่มความคลอนแคลนทางอารมณ์ เพราะมีคู่แข่งความรักในบ้าง ซื้ออาจหมายถึง พื่ชาย น้องสาวร่วมสายเลือดนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยว่าเป็นตัวร้ายในการทำลายความเชื่อมั่นในคุณค่าของเด็กๆ ทั้งที่ไม่มีคู่แข่งเลย ก็คือความไม่สม่ำเสมอของท่าทีจากคุณพ่อ คุณแม่

แต่อีกส่วนหนึ่ง ก็ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมขี้นลงของพ่อแม่ก็อาจมาจากผลกระทบของความดื้อดึงเหลวไหลของหนูที่พ่อแม่คุมไม่อยู่ จนปล่อยให้ความโกรธครอบงำก็ได้

กลายเป็นวัฏจักรอารมณ์ส่งต่อเด้งไปมาระหว่างพ่อแม่ลูก

ที่มา นิตยสาร Baby & Kid’s digest

Posted in พัฒนาการเด็ก, เลี้ยงเด็ก | Tagged , , | Leave a comment

ไขปริศนา โคลิก

เสื้อผ้าเด็ก

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักเจอเรื่องฉุกเฉินได้ตลอดเวลา ซึ่งเรื่องฉุกเฉินที่เกิดได้บ่อยๆของคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ก็คงจะหนีไม่พ้น ลูกร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุค่ะ สาเหตุเกิดจากอะไร เราจะแก้ปัญหานั้นได้อย่างไร มาดูกันค่ะ

โคลิก คืออะไร

โคลิกเป็นภาษาทางการแพทย์ที่ใช้เรียกอาการอย่างหนึ่งของทารก แต่ภาษาคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายเรียกกันคุ้นปากคือ “ร้องสามเดือน” ซึ่งมีโอกาสเกิดขี้นร้อยละ 20 ของเด็กทารกค่ะ หนูน้อยจะมีอาการร้องไห้ติดต่อกันประมาณ 2-3 ชั่วโมงค่ะ ในหนึ่งวัน และจะเป็นอย่างนี้อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ โดยไม่ทราบสาเหตุ อาการเหล่านี้จะเกิดในช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังคลอด และอาการจะหนักสุดเมื่อทารกอายุได้ประมาณ 3 เดือน หลังจากนั้นจะค่อยๆดีขี้นและหายไปเมื่ออายุประมาณ 4 เดือน

แล้วโคลิกเกิดจากอะไรหล่ะ

ยังไม่มีใครทราบสาเหตุที่แน่ชัดค่ะ แต่มีหลายทฤษฏีเชื่อว่าเกิดจากระบบย่อยอาหารของหนูน้อยยังไม่สมบูรณ์ค่ะ เพราะในช่วง 3 เดือนแรกนั้น ระบบย่อยอาหารกำลังค่อยๆพัฒนา อาจมีผลให้เกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อระบบย่อยอาหาร และนำไปสู่ความรู้สึกไม่สบายตัวให้กับหนูน้อย แต่ก็มีบางทฤษฏีค่ะคาดว่าระบบประสาทของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ จึงทำให้หนูน้อยรู้สึกตึงเครียดกับสิ่งแวดล้อมใหม่ เห็นมั้ยละคะว่าเรายังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด คุณพ่อคุณแม่จึงต้องกังวลไปด้วยเพราะไม่รู้จะแก้ปัญหายังไง

และจะทำยังไงดี เมื่อลูกร้องโคลิก

ก่อนอื่นควรไปพบกุมารแพทย์ให้แน่ใจว่าลูกของคุณไม่เจ็บป่วยอะไรก่อนค่ะ และถ้าแน่ใจแล้ว ก็ลองอุ้มลูกไปในที่สงบๆ เพราะการที่มีแสงสว่างมากเกินไป หรือ มีเสียงดัง จะให้ลูกร้องมากขี้น และใช้ผ้าขนหนูห่อตัวลูกแล้วเดินไปมาช้าๆเป็นจังหวะสม่ำเสมอ อาจลองพาลูกนั่งรถเข็นออกไปเดินเล่นดูนะคะ

ทื่มา นิตยสาร Baby & Kid’s Digest

Posted in เลี้ยงเด็ก | Tagged | Leave a comment

ทำการบ้านอย่างมีความสุข

จัดมุมสำหรับทำการบ้านไว้ชัดเจน เช่น ที่โต๊ะเขียนหนังสือในห้องลูกหรือโต๊ะที่ทำกับข้าวในครัว หรือที่โต๊ะอาหารที่เงียบสงบและช่วยให้ลูกมีสมาธิในการทำการบ้านที่ดี

จัดช่วงเวลาทำการบ้านประจำ แต่ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกด้วย เพราะเด็กบางคนอาจชอบทำการบ้านหลังกลับจากโรงเรียนทันที บางคนขอพักผ่อนทานขนมก่อนแล้วค่อยทำ เป็นต้น แต่การทำการบ้านหน้าจอทีวีเป็นเรื่องควรห้ามค่ะ

ช่วยลูกวางแผนเรื่องการทำรายงานต่างๆ ที่ต้องมีการเก็บข้อมูลและใช้เวลาในการทำเพื่อช่วงเวลาจะได้ไม่มาตีกับงานการบ้านที่ครูสั่งทำเป็นประจำ

มีทัศนคติที่ดีต่อการทำการบ้านและการทำการบ้านของลูก ถ้าลูกทำไม่ได้ควรช่วยแนะนำหรือหาแนวทางที่จะช่วยให้ลูกเข้าใจการบ้านที่ครูสั่งให้มากที่สุด ห้ามใส่อารมณ์กับเมื่อลูกทำการบ้านไม่ได้เด็ดขาด หรือไม่สนใจการบ้านของลูกเลย แต่ถ้าดูแล้วการบ้านเกินกำลังของลูกหรือมีปัญหา ก็ควรคุยกับครูของลูกเพื่อหาทางแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป

ที่มา นิตยสาร Baby & Kid’s Digest

Posted in พัฒนาการเด็ก, เลี้ยงเด็ก | Tagged , | Leave a comment

Nature Play for Toddler (1-3 ปี)

เมื่อลูกน้อยโตขี้น เข้าสู่วัยกระเตาะแตะ ที่อยากรู้อยากเห็นไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเปิดโลการเรียนรู้ให้เจ้าตัวเล็กได้ ด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น

The Rocks Collector เพิ่มความสนุกสนานให้กับการเดินเล่นด้วยการชวนลูกคอยมองหาก้อนหินสวยๆ เลือกเก็บก้อนหินที่มีขนาด และพื้นผิวต่างๆกันใส่ตะกร้า เมื่อนำกลับบ้าน คุณแม่คุณลูกก็ช่วยกันทำความสะอาดก้อนหินเหล่านี้ ก่อนจะเตรียมสีน้ำไว้ให้หนูน้อยวาดลวดลายลงบนก้อนหินที่เก็บมา นอกจากจะได้สังเกตสิ่งที่อยู่ในธรรมชาติรอบตัวแล้ว เจ้าตัวเล็กก็ยังได้ใช้จินตนาการด้านศิลปะด้วย

Roll The Ball ลูกบอล นับเป็นของเล่นสุดฮิตสำหรับหนูๆทุกเพศทุกวัย และเป็นเครื่องเล่นได้แทบจะทุกสถานที่ ไม่ว่าจะบนบก ในน้ำ กลางสนามหญ้า บนผืนทราย ลูกบอลก็นับเป็นอุปกรณ์เสริม (ความสนุก) ให้เจ้าตัวเล็กได้เป็นอย่างดี สำหรับครอบครัวที่มีเวลาไม่มากนัก เพียงแค่ชวนลูกมาเล่นลูกบอลที่สนามหญ้าหน้าบ้าน แค่หนูน้อยเห็นลูกบอลกลิ้งไปกลิ้งมา ร้อยทั้งร้อยก็ต้องวิ่งตามกันทั้งนั้นค่ะ ทั้งสนุกและยังได้ออกกำลังกายด้วย

Box of Sand การสำรวจธรรมชาติของเด็กๆจะขาดกระบะทรายไปไม่ได้เลยค่ะ การเล่นทราย เป็นอีกหนึ่งความสุขสำหรับเจ้าตัวเล็ก คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักจะกลัวสกปรก เลอะเทอะ แต่รู้รึไม่คะว่า ลูกจะได้เรียนรู้ถึงการสัมผัสอีกแบบหนึ่ง โดยคุณอาจจะหาอุปกรณ์ตักทราย หรือจะเป็นภาชนะในครัวที่ไม่ใช้แล้ มาเป็นเครื่องมือให้กับเจ้าตัวเล็ก อย่าลืมเทน้ำลงบนทรายส่วนหนึ่งเพื่อให้หนูๆใช้ก่อเป็นรูปทรงต่างๆด้วยนะคะ รับรองว่ากิจกรรมนี้จะกระตุ้นจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ได้ไม่มีที่สิ้นสุดทีเดียวค่ะ

ที่มา นิตยสาร Baby & Kid’s digest

Posted in พัฒนาการเด็ก, เลี้ยงเด็ก | Tagged , | Leave a comment

ผดเต็มก้น ผื่นเต็มตัว

ผิวอ่อนๆของเด็กมักจะประสบกับปัญหาการแพ้ง่ายไม่ว่าจะแพ้จากพิษยุงหรือแมลงสัตว์กัดต่อย ฝุ่น สารเคมี อาหาร ฯลฯ หากลูกเริ่มแพ้ขี้นมา ลองถามหาใบพูลตามตลาดทีทานกับเมี่ยงคำนี่ล่ะ ใช้ประมาณ 4-5 ใบตำให้ละเอียด โดยเติมน้ำเล็กน้อยหลังจากนั้น นำมาทาตรงบริเวณที่เป็นผื่นหรือโดนกัด พอยาแห้งก็ให้ทาใหม่ซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าผื่นเริ่มหายเพราะขณะทาลูกจะรู้สึกเย็นๆ อาการบวมและคันก็จะค่อยๆทุเลาไปเอง

ฝากไว้อีกนิดนะคะว่า ก่อนจะเลือกหยิบใช้สมุนไพรมาเป็นตัวช่วยในการบรรเทาอาการป่วยของลูก คุณแม่ควรศึกษาประโยชน์และทำความรู้จักพืชสมุนไพรอย่างละเอียด หรือเลือกซื้อยาสมุนไพรสำเร็จรูปที่มีเครื่องหมาย อย. ที่ระบุวิธีการรวมถึงอายุเด็กที่สมควรใช้รวมถึงวิธีการสังเกตและเข้าใจถึงอาการของลูกด้วยว่า เหมาะสมที่จะรับมือดูแลได้เอง หรือร้ายแรงสมควรพาไปพบคุณหมอ เพราะหากลูกมีโรคประจำตัวและมีอาการไม่สู้ดี คุณแม่ก็ควรพาลูกไปพบแพทย์จะดีที่สุดค่ะ

ที่มา นิตยสาร Baby&Kid’s digest

Posted in เลี้ยงเด็ก | Tagged , | Leave a comment

น้ำตาลคลายเจ็บ

คุณพ่อคุณแม่เมื่อเห็นลูกน้อยร้องไห้เพราะเจ็บป่วย ย่อมเป็นกังวล ลองเคล็ดลับง่ายๆด้วยน้ำตาลดูนะคะ นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสเขาว่าน้ำตาลช่วยคลายอาการเจ็บปวดให้เจ้าตัวน้อยได้จริงๆ เพราะจากผลการศึกษาในทารกน้อยจำนวน 150 คน ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในปารีส โดยเขาผสมน้ำตาลเล็กน้อย ในน้ำเปล่าให้ทารกดูด จากนั้นก็ตามด้วยหัวนมหลอกอันโปรดของน้องหนูเหล่านั้น พบว่าเด็กๆต่างมีท่าทีผ่อนคลายจากอาการเจ็บปวดไม่สบายที่เกิดขี้นค่ะ

ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ให้ความเห็นว่าความหวานของน้ำตาลและหัวนมหลอกนั้นช่วยดึงความสนใจของน้องหนูจากอาการเจ็บปวดไม่สบายเท่านั้น แต่ไม่ได้ช่วยในเรื่องการรักษาแต่อย่างใด ดังนั้นคำแนะนำที่ตามมาก็คือคุณพ่อคุณแม่ห้ามใช้วิธีนี้บ่อยๆค่ะ และน้ำตาลที่ผสมก็ควรใส่เล็กน้อยจริงๆ แค่มีรสหวานปะแล่มๆก็พอ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ลูกลายเป็นเด็กติดหวานได้ยิ่งแย่ไปใหญ่ค่ะ

ที่มา นิตยสาร Baby & Kid’s Digest

Posted in เลี้ยงเด็ก | Tagged | Leave a comment

เติมความสดชื่นให้คุณแม่

หาเวลาออกไปข้างนอกคนเดียวบ้าง ถึงมีลูกแล้ว แม่ก็ยังต้องมีเพื่อนฝูง การพูดคุยกับเพื่อนถือเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง ได้หัวเราะสนุกสนาน แลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ต่างๆร่วมกัน ลองหาเวลาดีๆโทรนัดเพื่อนเก่าออกไปหาอาหารอร่อยๆทานดูบ้าง
ถ้าคุณกับเพื่อนชอบออกกำลังกาย หาเวลาไปเล่นกีฬาด้วยกันก็เข้าท่าดี กำหนดตารางเวลาลงไปเลย เช่น ทุกสิบโมงเช้าวันเสาร์จะออกไปตีเทนนิสกับเพื่อนๆ การเวลาส่วนตัวกับเพื่อนสนิทช่วยเติมพลังความสดชื่นให้กับตัวเองได้มากอย่างที่คุณคาดไม่ถึงแน่หรือหากคุณเป็นแม่ที่รักการผจญภัย ชอบเดินทางท่องโลกกว้างหาโอกาสฝากลูกไว้กับสามีหรือญาติผู้ใหญ่ให้ช่วยดูแลแทนสักสี่ห้าวันแล้วแพ็คกระเป๋าออกเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศก็ได้สุดแล้วแต่ความชอบและงบในกระเป๋า อาจไปกับสามี (ถ้าเขาอยากไป) ไปกับเพื่อน หรือแม้กระทั่งไปคนเดียว แบบไหนก็ได้ที่คุณชอบและรู้ว่าจะช่วยชาร์จพลังให้กระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง เหมือนอย่างที่บอกไว้ตอนต้นนั่นละว่า “แม่ที่มีความสุขจะทำให้ครอบครัวมีความสุข” ประโยคนี้การันตีซ่อมฟรีอีกครั้งว่าจริงแท้แน่นอน

ที่มา นิตยสาร Real Parenting

Posted in คุณแม่ | Tagged , | Leave a comment

ยืดเส้นให้หุ่นสวย (แถมคลายเมื่อย) ด้วย 5 ท่าทางง่ายๆ 2/2

3.ท่าเงยคางขึ้น
• ยืนตรง ให้ไหล่ลู่ไปด้านหลัง
• หายใจเข้าให้เต็มปอด ค่อยๆแหงนศีรษะไปด้านหลังจนสุดค้างเอาไว้ในท่านั้น คางจะแหงนขึ้น
• หายใจออก ทิ้งน้ำหนักทั้งศีรษะลงบนบ่า
• ค่อยๆเงยศีรษะ กลับเข้าสู่ท่าปกติ
ทำซ้ำ 10 ครั้ง
4.ท่าเหยียดขายืดหลัง
• นั่งลงกับพื้น หันหน้าเข้ากำแพงเหยียดขาออกตรงๆ ให้ฝ่าเท้าแนบชิดติดกับกำแพงในลักษณะยันกำแพงไว้เหยียดหลังตรง (แต่อาจวางฝ่ามือลงบนพื้นข้างลำตัวก็ได้เพื่อช่วยในการประคองตัว)
• หายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก พยายามยืดอกไปข้างหน้า ให้รู้สึกตึงที่ต้นขาเวลาเกร็ง (ท่านี้ไม่ได้ต้องการให้ก้มหน้าจรดหัวเข่าเพราะฉะนั้นไม่ต้องก้มหลัง)
ทำท่านี้ต่อไปให้ครบ 2 นาที โดยให้รักษาจังหวะลมหายใจเข้าออกลึกๆไว้ และพยายามยืดเหยียดร่างกายให้เต็มที่
5.ท่าหมุนไหล่
• ปล่อยแขนทั้งสองลงข้างลำตัว
• ยกไหล่ขึ้นมาถึงระดับหู (แขนยังปล่อยอยู่) จากนั้นหมุนไหล่ไปทางด้านหลังห่อแผ่นหลังเข้าหากัน
• ดึงไหล่ทั้งสองลงด้านล่างแต่ละครั้งที่เคลื่อนตำแหน่งของไหล่ให้ค่อยๆทำทีจังหวะอย่างช้าๆ อย่ารีบหมุนวนจนเป็นวงกลม
ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ที่มา นิตยสาร Real Parenting

Posted in คุณแม่ | Tagged , | Leave a comment

ยืดเส้นให้หุ่นสวย (แถมคลายเมื่อย) ด้วย 5 ท่าทางง่ายๆ 1/2

อุ้มลุกทั้งวัน ! นี่ละเป็นสาเหตุที่ทำให้แม่อย่างเราเมื่อยหลังอยู่เสมอ (และดูจะเป็นสาเหตุสำคัญเสียด้วยสิ) แทนที่จะทนเมื่อยทั้งวัน และหลังก็เหมือนจะค่อมลงเรื่อยๆ รูปร่างก็ทำท่าจะอึดอัดเทอะทะขึ้นมาหน่อยๆแล้ว ลองมาบริหารร่างกายคลายเมื่อยด้วยท่าง่ายๆกันดีกว่า แค่ยืนอยู่กับที่ ก้มๆเงยๆนิดหน่อย แล้วหายใจเป็นจังหวะ ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีหรอกในแต่ละวัน เอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้อีกตั้งเยอะ สเตซี ลีย์ เคราส์ ครูสอนฟิตเนสแห่งมหานครนิวยอร์ก ซึ่งคิดค้นท่าบริหารเหล่านี้แนะนำว่า “5 ท่านี้จะทำเมื่อไรก็ได้ เริ่มท่าไหนก่อนก็ได้ และไม่จำเป็นต้องทำต่อเนื่องกัน”
แหม ท่าทางจะง่ายจริง…รีบหาที่เหมาะๆให้ลูกลงนั่งใกล้ๆแล้วเริ่มกันเลยดีกว่า
1.ท่ายืดเส้นยืดสายทั้งตัว
• ชูแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ ยืดแขนให้เหมือนว่ากำลังจะแตะเพดานห้อง กางมือออกจากกัน ยืดลำตัว แขน ศีรษะ และมือให้อยู่ในระนาบเดียวกัน
• เงยศีรษะไปด้านหลัง มองที่นิ้วมือ
• เกร็งต้นขา หายใจเข้าลึกๆ
ทำท่านี้ซ้ำวันละ 3 รอบ จะให้ดีเริ่มตอนเช้าหลังตื่นนอน แล้วค่อยคลายเครียดอีกรอบช่วงกลางวัน รอบสุดท้ายก่อนเข้านอนจะได้หายเหนื่อยเมื่อยล้า นอนหลับฝันดี
2.ท่าปีกไก่
• วางฝ่ามือทั้งสองข้างไว้ตรงหลังส่วนล่างเหนือสะโพกเล็กน้อยฝ่ามือคว่ำลง
• หายใจเข้าลึกๆให้เต็มปอด
• ดันข้อศอกทั้งสองข้างเข้าหากัน ค้างไว้ แล้วนับหนึ่งถึงสามจึงหายใจออก
ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ที่มา นิตยสาร Real Parenting

Posted in คุณแม่ | Tagged , | Leave a comment