Monthly Archives: January 2011

เมนูอาหารเพื่อผิวผ่อง

เรารู้ว่าคุณแม่ทั้งหลายอยากให้ลูกน้อยมีผิวพรรณที่สวยงาม จึงไปค้นหาบทความอาหารที่ช่วยบำรุงผิวลูกน้อยของเรากันค่ะ ได้ผลไม่ได้ผลยังไงมาบอกกันด้วยนะคะ Michael P. Goldman แพทย์ผู้เชียวชาญด้านผิวหนังจาก University of California Sandiago School of Medicine บอกว่า อาหารช่วยให้ผิวพรรณสดชื่น เปล่งปลั่ง และดูอ่อนวัยได้ เนื่องจากอาหารดีกับสุขภาพ จะช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื่นและช่วยขับพิษออกจากร่างกายของสาวๆ ที่มีผิวสวยย่อมได้เปรียบกว่าคนที่หน้าตาดี แต่ผิวพรรณกลับดูร่วงโรย หมองคล้ำ ไม่สดใสคุณหมอ Goldman จึงได้จัดทำโปรแกรมอาหารเพื่อผิวสวย สำหรับนำมาใช้กับคนไข้ที่มีปัญหาด้านผิวพรรณ โดยอาหารส่วนใหญ่จะประกอบด้วย เนื้อปลา น้ำมันมะกอก เมล็ดข้าวและธัญพืช ผลไม้และผักสดรวมทั้งน้ำเปล่า เพียง 2 สัปดาห์ คนไข้เหล่านั้นต่างบอกว่าผิวพรรณของพวกเธอดูสดใสและเนียนนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่บางรายบอกว่าผิวหน้าขาวใสไร้จุดด่างดำอีกด้วย วารีบำบัดกับการนอน ใครเคยมีปัญหากับการนอนไม่หลับแล้วแก้ไม่ได้กันบ้างไหมคะ อาการนอนไม่หลับนั้นเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน … Continue reading

Posted in เลี้ยงเด็ก | Tagged , | Leave a comment

20 วิธีที่ช่วยเพิ่มพลังสมองของลูกน้อย 2/2

เคยพูดค้างไว้ในบทความเกี่ยวกับวิธีช่วยเพิ่งพลังสมองลูกน้อยของเรา ตอนนี้เป็นตอนจบแล้วค่ะ อย่าลืมนำไปใช้กันดูนะคะ 10.การนวดตัวลูกเป็นประจำจะช่วยคลายความเครียด ความกังวลใจของลูกได้ นอกจากนี้การสัมผัสเนื้อตัวของลูกด้วยความรักมีส่วนช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของลูกได้ด้วย 11.คุณสามารถฝึกให้ลูกรู้จักการจัดลำดับ การจัดหมวดหมู่ของสิ่งของผ่านของเล่นของลูกได้ โดยคุณอาจให้ลูกช่วยเก็บของเล่นโดยเรียงลำดับจากชิ้นเล็กไปหาชิ้นใหญ่ เป็นต้น 12.พยายามจัดสถานที่ภายในบ้านให้ปลอดภัยสำหรับลูก เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้เรื่องของทิศทาง บน-ล่าง ซ้าย-ขวา ใกล้-ไกล เวลาที่คลาน หรือเดินเตาะแตะไปมา 13.การร้องเพลงสามารถช่วยเสริมพัฒนาการของลูกได้ เสียงเพลงจะช่วยให้ลูกเรียนรู้จังหวะดนตรีเรียนรู้ภาษาจากเนื้อเพลง รวมไปถึงการได้พัฒนาการเคลื่อนไหวร่างกายด้วย 14.พยายามเรียนรู้และทำความเข้าใจลักษณะนิสัยและอารมณ์ของลูก เพื่อจะได้ไม่ทำให้ลูกเกิดความคับข้องใจในเวลาที่คุณไม่เข้าใจ ทำให้ลูกมีความสุขและมีอิสระในการเรียนรู้อย่างเต็มที่ 15.สอนให้ลูกรู้จักชื่ออาหารด้วยการพูดชื่ออาหารออกมาดังๆ ขณะที่ลูกกิน และแสดงความชื่นชมเวลาที่ลุกสามารถตักอาหารกินเองได้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกมีความรู้สึกที่ดีกับเวลาอาหาร การดุ บ่นและบังคับ จะทำให้ลูกมีความรู้สึกในทา ลบกับช่วงเวลาดังกล่าวได้ 16.ปลูกฝังให้ลูกเป็นเด็กที่มีเหตุผลโดยการใช้เหตุผลอธิบายการกระทำต่างๆของลูก 17.สร้างวินัยให้ลูกด้วยวิธีที่สร้างสรรค์ คุณไม่ควรห้ามให้ลูกทำสิ่งต่างๆ โดยการขู่ให้ลูกตกใจหรือหวาดกลัว เพราะลูกจะไม่เข้าใจเหตุผลที่คุณห้าม คุณควรจะอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าทำไมคุณจึงทำแบบนั้นแล้วลูกก็จะเริ่มเข้าใจได้เอง 18.สอนให้ลูกรู้จักเห็นอกเห็นใจ การเอาใจใส่ การแบ่งปัน … Continue reading

Posted in พัฒนาการเด็ก | Tagged | Leave a comment

เสื้อผ้าเด็กล่าสุด กางเกงก้นบานมีหาง

KeNKidShop เสื้อผ้าเด็ก ขอแนะนำเสื้อผ้าเด็กล่าสุด กางเกงก้นบานมีหาง น่ารักมากค่ะ มีหลายสีให้เลือกค่ะ 6 ลาย 3 ไซส์(80/90/95) 18 ตัว/แพค ราคาแพคละ 1390 บาท ส่งฟรีจ้า ดูเสื้อผ้าเด็กหลากหลายสไตล์ได้ที่ http://www.kenkidshop.com

Posted in เสื้อผ้าเด็ก | Tagged | Leave a comment

20 วิธีที่ช่วยเพิ่มพลังสมองของลูกน้อย 1/2

วัยเด็กเล็กเป็นวัยเริ่มต้นของการพัฒนาการในทุกๆด้าน รวมถึงพัฒนาการด้านสมองด้วย ช่วงแรกเกิด สมองของทารกจะประกอบไปด้วยเซลล์ประสาทกว่าหนึ่งร้อยพันล้านหน่วย ซึ่งในช่วงขวบปีแรกเซลล์สมองเหล่านี้จะเจริญเติบโตและเชื่อมโยงต่อกนอย่งรวดเร็ว นอกจากสมองจะมีพัฒนาไปตามวัยแล้ว คุณแม่ก็มีส่วนช่วยพัฒนาสมองของลูกได้เช่นกัน วิธีที่จะสามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสมองของลูกทำได้ไม่ยากเลย เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของคุณกับลูกอยู่แล้ว เพียงแค่คุณทำอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยกระตุ้นให้สมองของลูกมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราไปดูกันดีกว่าว่าวิธีการที่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสมองของเจ้าตัวเล็กนั้นมีอะไรบ้าง 1.รู้จักดูแลและบำรุงลูกน้อยของคุณตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เพื่อให้เจ้าตัวเล็กมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง คุณแม่ท่านใดที่สูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก็ควรงดในช่วงนี้ เพราะสิ่งเสพติดมีผลกระทบต่อพฤติกรรมและพัฒนาการด้านต่างๆ ในตอนโตได้ 2.กระตุ้นพัฒนาการการเรียนรู้ภาษาด้วยการพูดกับลูกบ่อยๆ การหมั่นพูดกับลูกอยู่เสมอจะช่วยให้ลูกเรียนรู้และเข้าใจภาษาได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ซึ่งจะส่งผลในเรื่องพัฒนาการการพูดของลูกด้วย 3.การชวนลูกเล่นเกมต่างๆเพื่อกระตุ้นทักษะการใช้กล้ามเนื้อมือ เช่น การเล่นจ๊ะเอ๋ จับปูดำ 4.ให้ความสนใจในสิ่งต่างๆ ที่ลูกชี้ด้วยการมองไปที่สิ่งของ หรือเหตุการณ์ที่ลูกแสดงความสนใจเพื่อให้ลูกรู้สึกว่าคุณให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นด้วย 5.ปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านหนังสือตั้งแต่เด็กๆ โดยการเลือกหนังสือที่มีรูปภาพใหญ่ สีสันสดใสมาดึงดูดความสนใจของลูก พยายามชี้และบอกให้ลูกรู้จักชื่อของสิ่งที่เห็นในหนังสือเพื่อพัฒนาทักษะการฟังและความเข้าใจภาษา 6.ใช้เวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมเป็นเวลาในการสร้างความผูกพันระหว่างคุณกับลูก การที่คุณได้สัมผัสเนื้อตัวของลูกบ่อยๆจะทำให้ลูกมีพัฒนาการทางสมองที่สมบูรณ์ได้ 7.หาของเล่นเสริมพัฒนาการมาให้ลูกเล่นเพื่อจะได้เรียนรู้และฝึกทักษะต่างๆจากของเล่นนั้น 8.ใส่ใจกับเสียงร้องของลูก เมื่อลูกร้องคุณควรเข้าไปอุ้ม กอด และปลอบโยนเพื่อทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัย และเมื่อเวลาผ่านไป ลูกจะได้รับรู้ในความรักความเอาใจใส่นั้น เกิดเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้งและมีค่า … Continue reading

Posted in พัฒนาการเด็ก | Tagged | Leave a comment

สอนภาษาลูกผ่านอาหาร

1.ก่อน ที่จะถึงเวลาหม่ำของจอมซน มักจะเป็นเวลาเล่นของเขา และก็มักจะเกิดอาการ “ติดพัน” ของเล่นกันเป็นพัลวัน จะดึงไปเก็บก็ไม่ได้ ให้เล่นไปกินไปก็เคยตัว แล้วยังทำให้กินได้ช้าลงอีกด้วย ขอแนะนำให้คุณบอกกับลูกว่า “พาเจ้าหุ่นของลูกไปนั่งที่โต๊ะกันดีไหม แต่มีข้อแม้ว่าต้องนั่งเก้าอี้คนละตัวนะ” (นำของเล่นลูกมาเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในครอบครัวเสียเลย) และในระหว่างที่กำลังหม่ำกันอย่างเอร็ดอร่อยนั้น เวลาคุณจะตักอาหารอะไรให้ลูกทาน ก็บอกกับลูกไปด้วยว่า “นี่ผักกะหล่ำปลีนะลูก แม่ผัดใส่หมูสับ” “เห็นไหมจานของลูกไม่มีผักที่เป็นสีแดงเลยวันนี้ แต่ของคุณพ่อมีเพราะของคุณพ่อใส่พริกที่เป็นสีแดง ของลูกมีผักสีเขียวแทน” 2.อุปกรณ์ ในการหม่ำของลูกส่วนใหญ่คุณแม่มักจะมีเฉพาะอยู่แล้ว เช่น ทำมาจากพลาสติกมีลายการ์ตูนน่ารักเต็มไปหมด ใช้ลายการ์ตูนนั่นให้เป็นประโยชน์ค่ะ เล่าเรื่องตามลายถ้วย ลายจาน ไปพร้อมกับให้ลูกตักข้าวเข้าปากเอง เผลอแป๊ปเดียวข้าวก็หมดชาม แล้วลูกก็มักจะมีคำถามต่างๆมากมาย เช่น “ตัวนี้เรียกว่าอะไรครับ/คะ” นั่นก็เป็นหน้าที่ของคุณที่จะตอบคำถามลูกตามที่เขาอยากรู้แล้วล่ะค่ะ 3.เมื่อ ลูกโตขึ้นมาหน่อยสัก 2-3 ขวบ บางบ้านอาจจะสอน ก.ไก่ … Continue reading

Posted in พัฒนาการเด็ก | Tagged , | Leave a comment

พาลูกเข้าห้องน้ำสาธารณะให้ปลอดภัย

สิ่งที่คุณแม่ทั้งหลายควรระมัดระวังเมื่อต้องพาลูกเข้าห้องน้ำสาธารณะก็คือ ความสะอาดของสุขภัณฑ์ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าโถหรือสุขภัณฑ์ในห้องน้ำสาธารณะมักจะไม่ค่อยสะอาด เป็นแหล่งรวมของเชื้อโรคนานาชนิด แต่เชื่อหรือไม่ มีข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคในสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่าความจริงแล้ว อ่างล้างจานในครัวหรือเครื่องซักผ้าในบ้านยังมีเชื้อโรคสะสมอยู่มากกว่าเสียอีก แต่ถึงอย่างไรก็เถอะ สะอาดไว้ก่อนย่อมปลอดภัยและมั่นใจกว่า เพราะห้องน้ำสาธารณะของอเมริกาอาจจะนำมาเปรียบกับห้องน้ำสาธารณะบ้านเราไม่ได้ จริงไหม ดังนั้นวิธีที่จะช่วยให้คุณพาลูกเข้าห้องน้ำสาธารณะได้อย่างสบายใจขึ้นก็คือ หากห้องน้ำค่อนข้างสกปรก (ซึ่งส่วนใหญ่มักจะสกปรก) คุณควรใช้กระดาษชำระจับลูกบิดประตู เช็ดโถหรือที่นั่งให้สะอาดหมดจด (ด้วยกระดาษชำระอีกเช่นกัน) รวมทั้งอาจใช้กระดาษชำระปูทับที่นั่งก่อนที่จะให้ลูกใช้ และสอนให้ลูกรู้จักทำแบบเดียวกันนี้ด้วยเมื่อเขาโตขึ้น ที่สำคัญ อย่าลืมสอนเด็กๆ ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนออกจากห้องน้ำ ที่มา  :  นิตยสาร Real Parenting

Posted in เลี้ยงเด็ก | Tagged | Leave a comment

ฟังเพลงเสียงดัง จะทำให้เด็กหูหนวก…จริงหรือ

ความจริงก็คือ ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป แต่เด็กที่ฟังเพลงเสียงดังมากบ่อยๆ หรือแม้แต่เสียงเครื่องตัดหญ้าหรือเสียงรถจักรยานยนต์ ล้วนแต่มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียความสามารถในการได้ยินได้ทั้งนั้น สิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับลักษณะของเสียงว่าเป็นอย่างไร และเด็กต้องฟังเสียงเหล่านั้นยาวนานแค่ไหน การให้เด็กฟังเพลงจากหูฟังเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่หากเปิดเสียงดังเกินกว่า 90 เดซิเบล เป็นเวลานานเกินไป ก็มีส่วนทำให้เด็กบางคนสูญเสียความสามารถในการได้ยินไปได้ ดังนั้นวิธีการดูแลคือ ถ้าคุณยืนอยู่ใกล้ๆ ลูกแล้วยังได้ยินเสียงเพลงลอดออกมาจากหูฟังของลูก แสดงว่าลูกเปิดเพลงเสียงดังเกินไปแล้ว เวลาหาซื้อเครื่องเล่นซาวนด์อะเบ๊าท์ ควรหาเครื่องที่สามารถควบคุมความดังของเสียงได้ให้ดังเกิน 90 เดซิเบล จะปลอดภัยที่สุด ที่มา  :  นิตยสาร Real Parenting

Posted in เลี้ยงเด็ก | Tagged , | Leave a comment

เด็กร้องไห้จนงอหาย และหน้าเขียว

อาการเช่นนี้พบในเด็กที่มีอารมณ์รุนแรง เวลาร้องไห้จะร้องอย่างรุนแรงและกลั้นหายใจหรือถอนหายใจไม่ทัน อย่างที่เรียกกันว่า “งอหาย” จนหน้าเขียว ทำให้พ่อแม่ใจหายใจคว่ำ ถ้าแพทย์ตรวจแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติอย่างใด คุณก็ควรจะสบายใจได้ และไม่ควรถือเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้อง “โอ๋” เด็กเป็นพิเศษ เพราะในทางตรงกันข้ามจะกลับทำเด็กเป็นคนเจ้าอารมณ์และมีอาการมากขึ้น ในขณะที่เด็กมีอาการเช่นนั้นอาจช่วยให้หายโดยการตบก้นหรือหลัง และไม่ควรแสดงอาการโวยวายตกอกตกใจมากมาย แต่ถ้าเด็กมีอาการเขียวทุกครั้งที่ร้องไห้ หรือดูดนม ต้องรีบปรึกษาแพทย์ เพราะอาจจะเกี่ยวกับความผิดปกติของหัวใจได้ ที่มา  :  นิตยสาร Baby & Kid’s Digest

Posted in เลี้ยงเด็ก | Tagged , | Leave a comment

สอนลูกรัก รู้จักการ “ให้”

สิ่งดีๆ ที่เราแบ่งปันให้กันในวันปีใหม่ ในรูปแบบของความสุข ความรัก ความมีน้ำใจ และของขวัญ ล้วนแต่ทำให้โลกเราสวยงามและน่าอยู่มากขึ้น การที่พ่อหรือแม่สอนลูกรักให้เรียนรู้ความสุขจากการให้จึงนับเป็นเรื่องที่ดีมาก ที่ควรฝึกให้เด็กๆ ได้เป็นผู้ให้ในทุกๆ วันของชีวิต เด็กๆ สามารถเรียนรู้การให้ได้ตั้งแต่เขายังเล็ก เพียงพ่อแม่ถ่ายทอดให้เขาอย่างถูกวิธีและประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีเป็นประจำ การสอนให้ลูกรู้จักการให้ เราควรจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปอย่าใจร้อน อย่าบังคับ โดยคำนึงถึงองค์ประกอบเหล่านี้ในการเรียนรู้ของลูกด้วย 1. ถ้าคุณมีลูกคนเดียว ควรหาโอกาสให้ลูกได้เล่นกับเพื่อนรุ่นเดียวกันหรือในวัยที่ต่างกันไม่มากเท่าไหร่ เพื่อลูกจะได้เรียนรู้การปรับตัวเข้ากับผู้อื่นและไม่คิดว่าใครๆ ก็ต้องให้ของกับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น 2. ก่อนที่จะสอนให้ลูกรู้จัก “ให้” พ่อแม่ต้องสร้างความมั่นใจให้กับลูกก่อน ว่าเราสามารถช่วยเหลือลูกได้ตลอดเวลา เป็นที่พึ่งให้ลูกได้ เพราะหากลูกตัดสินใจแบ่งของให้ใครไป ลูกจะได้ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีของเล่นหรือของกิน 3. สอนให้ลูกเริ่มต้นการให้ด้วยการมีน้ำใจกับคนอื่น เช่น ถ้าเล่นด้วยกันแล้วเห็นเพื่อนหกล้ม ลูกต้องเข้าไปช่วย หรือเวลาเพื่อนๆ ของเขาไม่สบายพ่อแม่ก็อาจจะพาลูกไปเยี่ยม การกระทำเหล่านี้จะทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ในขณะเดียวกันเพื่อนๆ … Continue reading

Posted in Uncategorized | Tagged , , | Leave a comment

รถหัดเดินกับพัฒนาการการเดิน

สมาคมกุมารแพทย์ที่สหรัฐอเมริกาได้มีการประกาศออกมาเตือนถึงอันตรายในการปล่อยให้เด็กใช้รถหัดเดิน ว่าจะเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และผลการวิจัยยังพบอีกว่าการนั่งรถหัดเดินยังเป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการของเด็กอีกด้วย จากการเก็บข้อมูลของเด็กวัย 5-16 เดือนในช่วงระยะเวลา 6 เดือน เพื่อการศึกษาพัฒนาการของเด็ก โดยเลือกที่มีน้ำหนักแรกเกิดและพัฒนาการใกล้เคียงกันที่ใช้รถหัดเดิน ผลทดสอบพัฒนาการปรากฏว่าเด็กกลุ่มที่ใช้รถหัดเดินทำคะแนนสอบได้ต่ำกว่าเด็กที่ไม่ใช้รถหัดเดิน ทีมวิจัยให้คำอธิบายไว้ว่า ในขณะที่เด็กกำลังพัฒนาทักษะด้านการเคลื่อนไหวไม่ว่า จะเป็นการนั่ง คลาน ยืนหรือเดิน ถ้าเด็กไม่เห็นมือหรือเท้าเคลื่อนไหวไปด้วยพร้อมกัน ความเข้าใจในกระบวนการทำงานของร่างกายก็จะน้อยลงไปด้วย การนั่งในรถหัดเดินทำให้เด็กไม่สามารถมองเห็นเท้าของตัวเองได้ถนัด จึงอาจเป็นอุปสรรคหนึ่งในการพัฒนาการของเด็กนั่นเอง ที่มา  :  นิตยสาร Baby & Kid’s digest

Posted in พัฒนาการเด็ก | Tagged , | Leave a comment